ไม่สงสัยกันบ้างเหรอ
posted on 27 May 2008 16:51 by reanimation in Theoryความสงสัยมากมายที่เก็บอยู่ในหัว สงสัยไปเรื่อย
บางเรื่องก็หาคำตอบได้บ้างไม่ได้บ้าง
เลยเอามาระบายแปะไว้ในนี้ เผื่อวันหน้าจะได้กลับมาดู
แล้วก็เผื่อว่าคนผ่านไปผ่านมา จะได้ช่วยตอบ ความสงสัยของเรามั่ง
สงสัยว่า ทำไมบางประเทศที่เคยรุ่งเรืองทุกวันนี้ กลับเป็นประเทศด้อยพัฒนา
ทำไมบางประเทศที่เคยเป็นผู้แพ้สงคราม จึงกลับมาเจริญได้อย่างทุกวันนี้
ทำไมบ้านเราจึงพัฒนาได้แค่นี้
ก็ยังคิดหาคำตอบไม่ได้จนทุกวันนี้
เคยสงสัยมั้ยว่า ไอ่เซ็นเซอร์ ที่ขึ้นในทีวีทุกวันเนี้ยมันได้ผลจริงหรอ
เซ็นเซอร์แล้วเยาวชนจะถึงกะเดาไม่ออกเลยหรอว่า ไอ่ที่อยู่หลังเซ็นเซอร์คืออะไร
เช่น ปืนตอนอยู่ในมือไม่เซ็นเซอร์พอยกขึ้นมาจอปุ๊บ เบลอเลย
บุหรี่เซ็นเซอร์มวนบุหรี่แต่เห็นควันออกเต็มจอ อะไรอย่างงี้เป็นต้น
เลยสงสัยต่อมาว่า ถ้าไม่อยากให้เยาวชนเห็นขนาดนั้น จะปิดหูปิดตากันถึงขั้นนั้น
ทำไมไม่ตัดฉากเหล่านั้นทิ้งไปเลย บอกให้คนทำทีวีห้ามเอาของพวกนี้เข้าฉากให้ปรากฎในจอทีวีอีก
คราวนี้ละคุณเอ้ย ได้เห็นหนัง คุณฉลอง ภักดีฯ เอาหนังกะติ๊กไล่ยิงกันแน่
ได้เห็นเป็นต่อ พี่อู๊ด พี่ยม พี่วอก เมาโอเลี้ยงชัวร์
โดเรม่อน วันพีช เนี่ยไม่ต้องได้ดูละ บุหรี่มันแทบทุกตอน
อันนี้สงสัยต่อมาจากเพื่อน อดีต ปัจจุบัน อนาคต เมื่อวาน พรุ่งนี้
นานแค่ไหนที่เราจะเรียกมันว่าอดีต ปีที่แล้ว เดือนที่แล้ว อาทิตย์ที่แล้ว เมื่อวาน เมื่อชั่วโมงก่อน
หรือนาทีที่แล้ว วินาทีที่แล้ว หรือแค่เสี้ยววินาทีที่ผ่านไปเมื่อกี้ เอาอะไรเป็นตัวบอก
แล้วอีกกี่วินาทีที่จะเรียกว่าเป็นอนาคต หรือต้องเป็น ชั่วโมงหน้าวันพรุ่งนี้ หรือเดือนหน้า ปีหน้า...
แล้วถ้าเราบอกว่า "ตอนนี้" มันคือช่วงเวลาไหน ในเมื่อคำว่า "ตอนนี้" มันผ่านไปแล้วหลายวินาที...
แล้ววันพรุ่งนี้คืออะไร เวลาหลังจาก 23.59 น. ของวันนี้หรอ แล้ว ทำไมตอนกินเหล้า เสร็จ ตี 1
เพื่อนถามพรุ่งนี้บ่ายเรียนที่ไหน มันหมายถึงตอนบ่าย ของวันนั้น ซึ้งเราก็เข้าใจ
แล้วตกลง พรุ่งนี้ ในความรู้สึกเราต้องขั่นด้วยการนอน ตื่นมาจึงเรียกพรุ่งนี้หรอ
ก็ยัง งงหาข้อสรุปให้ตัวเองไม่ได้จนวันนี้
เคยสงสัยมั้ยว่าทำไมเรารู้สึกว่ากลิ่นดอกไม้หอม กลิ่นขยะเหม็น เอาอะไรเป็นมาตรฐาน
(ไม่ได้สงสัยเรื่องกลไกการรับกลิ่นน่ะ) สงสัยที่ว่าเอาอะไรเป็นเกณ์
เอารูปลักษณ์ภายนอกมาตัดสินก็คงไม่ใช่งะ ขนาดปิดตา ยังรู้เลย ว่า ขยะมันเหม็น
เดามั่วๆว่ากลิ่นก็คือก๊าซ ซึ่งอาจประกอบไปด้วย ธาตุ-สารประกอบต่างๆ ถ้ามี ธาตุ-XYZ อยู่มากมันก็จะเหม็น
ถ้ามีธาตุ ABC อยู่มาก ก็คงจะหอมละมั้ง
ขอบคุณความแตกต่าง (Thanks for the difference) จากการสงสัยเรื่องกลิ่น
ทำให้เราต้องขอบคุณความต่าง เพราะหากไม่รู้จักกลิ่นเหม็น จะรู้รึว่าความหอมมันดีอย่างไร
หากไม่เคยทุกข์ ไหนเลยจะรู้ว่าสุขมันเป็นอย่างไร ถ้าไม่มีโง่ จะรู้เหรอว่าฉลาดเป็นยังไง
ถ้าไม่มีผู้แพ้ แล้วจะมีผู้ชนะได้อย่างไร หากไม่เคยถูกกักขัง ก็จะไม่มีวันรู้จักข้อดีของอิสรภาพ
สงสัยกันบ้างมั้ยว่าใครกันนะที่เหมาะจะเป็นนายก เหมาะที่จะเป็นรัฐบาล
ตั้งแต่เกิดมา ไม่ว่า ยุคไหน สมัยไหน ใครจะขึ้นมาเป็นก็โดนตำหนิ ทำผิดไปหมด
ลองย้อนกลับมาดูดิ ก็คนส่วนมากของประเทศเลือกแท้ๆ แต่ก็ยังไม่เคยพอใจ
พอแหวกแนวมาเจอ รัฐบาลที่ไม่ได้เลือกตั้ง ก็ยังโดนตำหนิอยู่ดี
อย่างงี้ก็เหมือนกับว่าไม่มีใครดีพอจะเป็นรัฐบาลเลยดิ
เพราะตั้งแต่เล็กจนโต ผมเห็นแต่ประชาชน โทษรัฐบาลแต่ไม่ดี โกง ทำงานช้า ไม่มีผลงาน
ไม่เคยได้ยินคำชมเลยแม้แต่ครั้งเดียว แล้วไม่สงสัยมั่งหรอว่า
แล้วประชาชนละทำหน้าที่พลเมืองที่ดีแล้วหรือยัง
ไม่ได้ว่าแต่บ้านเราหรอก บ้านอื่นก็เป็น อเมกา ฝรั่งเศส ก็ยังเป็นเลย
อย่างงี้มันก็เหมือนกับ "ทำดีเสมอตัว ทำชั่วโดนด่า" หรือไม่ก็ตรงกับ คำว่า "กบเลือกนาย" รึป่าว??
สงสัยจังว่าถ้าไม่มีรถ กะไม่มีข้าว ขาดอันไหนเราจะตายก่อนกัน...
แล้วทำไม คนทำรถขาย มันรวยกว่าคนปลูกข้าวขาย ทั้งๆที่ คนทำสวน ทำนา ทำไร่ สำคัญกว่าแท้ๆ
แล้วทำไมไอ่คนทำรถ ทำคอมฯ(กูด้วยแหละ) ขายน้ำมัน(แดกแทนข้าวยังจะไม่ได้เลย)
เจือกสบายกว่า คำว่าสบายไม่ได้หมายถึงต้องร่ำรวยอะไร แต่หมายถึงไม่ทุกข์ ไม่ลำบาก อดมื้อกินมือ
ไม่ต้องเป็นหนี้เป็นสิน
เลยสงสัยต่อไปอีกว่า ในเมื่อทำการเกษตรแล้วมันลำบาก ไม่สบาย ขาดทุน เป็นหนี้
ฟังดูแย่ขนาดนี้ทำไมยังทำต่ออีกละ ทำไมไม่เลิกละ
เลยสงสัยต่อมาได้อีกว่าในเมื่อไม่มีคนอยากทำ ดังนั้นถ้ามีทางเลือก
คนรุ่นต่อไปก็คงเลือกไปทำอะไรที่มันสบายกว่า ง่ายกว่า ไม่ต้องเป็นหนี้ เลิกทำการเกษตร
ขายที่ดินทิ้งซะ ทำงานโรงงาน ทำงานบริษัทดีกว่า แล้วต่อไปใครจะปลูกข้าว ตูจะเอาอะไรกิน
แดกน้ำมัน แดกNGV แดกแรม แดกCPU แดกการ์ดจอ แดกรถเบนซ์ แทนได้มั้ยเนี่ย
สงสัยจังว่าโลกร้อนที่รณรงค์กันอยู่ทุกวันเนี้ย จะแก้ได้หรอ
ไม่ได้บอกว่าแนววิธีแก้ไม่ไดีนะ เช่น ลดถุงพสาสติกใช้ถุงผ้าแทน เนี่ยฟังดูดีนะ
จนกลายเป็นแฟชั่นไปละ แต่เวลาซื้อของ ก็ดันเอาใส่ถุงพลาสติกแล้วค่อยเอาใส่ถุงผ้า
งี้จะเอาถุงผ้ามาทำแมวน้ำอะไรเนี่ย ถ้าซื้อผักซื้อหมู ก็พอจะเข้าใจ
(ไอ่ ที่พูดมาข้างบนอะตูเลย ไปงานหนังสือเอาหนังสือใส่ถุงให้ผม
แล้วผมก็เอาถุงหนังสือใส่เป้ รู้ตัวอีกที ถุงเต็มกระเป๋า)
อีกตัวอย่าง ลดการใช้รถส่วนบุคคลรถ แต่ก็ยังเยอะเหมือนเดิม มอเตอร์โชว์ก็ยังจองเยอะเหมือนเดิม
สุดท้าย มีการมองข้ามช็อตอีกนะ ถ้าขั่วโลกอุ่นขึ้นจะเป็นของใคร จะเอาไปเปิด ตลาดท่องเที่ยว
เปิดเส้นทางเดินเรือ จะได้ระยะทางสั้นลง
เยี่ยมมากชาวโลก
ถ้ายังทำกันอยู่อย่างงี้นะ แก้ไม่ได้ ยอมตายอย่างสงบเถิดมนุษย์โลก
เพราะอย่างงี้มันกลัวไม่จริง โลกร้อนแต่ปากนี้หว่า
ถ้าแน่จริงประกาศห้ามใช้ถุงพลาสติกไปเลยดิ (ยกเว้นร้านเนื้อ ร้านผัก ร้านก๋วยเตี๋ยวก็ได้นะ)
แน่จริงห้ามใช้รถ แบบหนักๆเลยดิ แบบใครมีรถเก็บภาษีมันแพงๆ
ขับรถออกบ้านเก็บตังต่อ ขึ้นทางด่วนเก็บอีก เก็บแม่งโหดๆเลย
ทำงี้ลดมลภาวะได้ชัวร์ แต่ผลกระทบทางเศรษฐกิจเป็นไงตูไม่รู้นะ
ย้อนกลับไปอ่าน เครียดเหมือนกันวุ้ย entry นี้ หยุดความสงสัยแค่นี้ก่อนดีกว่า เดี๋ยวจะเครียดไปกว่านี้
จบดีกว่า


แต่มีสิทธิสงสัย ทว่าบางเรื่องสงสัยไปก็เท่านั้น
ปล่อยวาง
คำตอบของปัญหาทุกอย่างอยู่ที่ตัวคุณเอง
นานาจิตตัง
#1 By อีเจี๋ยจุกจิต on 2008-05-27 20:24